ประจำเดือนมาไม่ปกติ มาไม่ตรง เกิดจากอะไร (Irregular Periods)
รอบเดือนปกติจะห่างกันประมาณ 21–35 วัน และมีเลือดออก 2–7 วัน ถ้ารอบเดือนคลาดเคลื่อนไปบ้างในบางเดือนถือว่าปกติ แต่ถ้ามาห่างเกิน 35 วันเป็นประจำ มาถี่กว่า 21 วัน ขาดหายไปเกิน 3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งครรภ์ หรือปริมาณเปลี่ยนไปมาก ควรไปตรวจ สาเหตุที่พบบ่อยได้แก่ ความเครียด น้ำหนักที่เปลี่ยนเร็ว ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS) ไทรอยด์ผิดปกติ และการเข้าสู่วัยใกล้หมดประจำเดือน
แบบไหนที่ควรไปตรวจ
- รอบเดือนห่างเกิน 35 วัน หรือถี่กว่า 21 วัน ติดต่อกันหลายเดือน
- ประจำเดือนขาดหายไปเกิน 3 เดือนโดยไม่ได้ตั้งครรภ์
- ประจำเดือนมามากจนต้องเปลี่ยนผ้าอนามัยทุก 1–2 ชั่วโมง
- มีเลือดออกกะปริดกะปรอยระหว่างรอบเดือน
- มีสิว ขนดก น้ำหนักขึ้นเร็ว ร่วมกับรอบเดือนผิดปกติ
- พยายามมีบุตรมาเกิน 1 ปีแล้วยังไม่สำเร็จ
สาเหตุที่พบบ่อย
ความเครียดและการพักผ่อนไม่พอ
ความเครียดกระทบการทำงานของสมองส่วนที่ควบคุมฮอร์โมนเพศ ทำให้ไข่ไม่ตกและรอบเดือนเลื่อนออกไป เป็นสาเหตุที่พบบ่อยที่สุดในคนวัยทำงาน
น้ำหนักเปลี่ยนแปลงเร็วและการออกกำลังกายหนักเกิน
ทั้งน้ำหนักลดเร็วและน้ำหนักขึ้นเร็วรบกวนสมดุลฮอร์โมน นักกีฬาหรือผู้ที่ควบคุมอาหารเข้มงวดอาจประจำเดือนขาดได้
ภาวะถุงน้ำรังไข่หลายใบ (PCOS)
พบได้ประมาณ 1 ใน 10 ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ มักมีรอบเดือนห่าง สิว ขนดก และน้ำหนักขึ้นง่ายร่วมด้วย ตรวจและดูแลได้
ไทรอยด์ทำงานผิดปกติ
ทั้งไทรอยด์เป็นพิษและไทรอยด์ต่ำ ทำให้รอบเดือนผิดปกติได้ ตรวจได้ด้วยการเจาะเลือดง่าย ๆ
ช่วงใกล้หมดประจำเดือน
ในผู้หญิงอายุ 40 ปีขึ้นไป รอบเดือนที่เริ่มไม่สม่ำเสมอเป็นสัญญาณตามธรรมชาติของการเข้าสู่วัยทอง
การใช้ยาคุมกำเนิดและยาบางชนิด
การเริ่ม เปลี่ยน หรือหยุดยาคุมกำเนิด รวมถึงยาบางกลุ่ม ทำให้รอบเดือนเปลี่ยนไปชั่วคราวได้
ริกซี่ช่วยดูแลเรื่องประจำเดือนมาไม่ปกติได้อย่างไร
รอบเดือนที่มาไม่ตรงทำให้ใช้ชีวิตลำบากและกังวลใจ ริกซี่มีสารสกัดตังกุย สมุนไพรที่ผู้หญิงเอเชียเลือกใช้ดูแลรอบเดือนมาอย่างยาวนาน เสริมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระจากทับทิม เปลือกสน วิตามินซี และโคเอนไซม์ คิวเท็น ทานต่อเนื่องคู่กับการนอนให้พอและลดความเครียด เพื่อดูแลรอบเดือนของคุณจากภายใน
ข้อมูลในหน้านี้เป็นความรู้ทั่วไปเพื่อการดูแลตัวเองเบื้องต้น ไม่ใช่คำแนะนำเฉพาะบุคคล




